อัตราค่าส่งพัสดุที่หลายบริษัทขนส่งใช้เก็บกับเรานั้น เขาคิดจากปัจจัยใดบ้าง กำลังสงสัยกันอยู่ใช่ไหม ตามไปไขข้อข้องใจไปพร้อม ๆ กับเราได้เลย พร้อมกับเผยเคล็ดลับการประหยัดค่าขนส่งให้มีเงินเหลือ คุ้มค่ากว่าครั้งไหน ๆ
ค่าส่งคำนวณจากปัจจัยใดบ้าง
ปัจจัยที่ใช้ในการกำหนดค่าส่งถูก – แพงแตกต่างกันไปนั้นขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย ดังนี้
1. ระยะเวลาในการจัดส่งสินค้าหรือความไว
ความช้า – เร็วขอระยะเวลาการจัดส่ง ถือเป็นตัวกำหนดราคาส่งได้ไม่มากก็น้อย โดยตามมาตรฐานแล้วหากระยะเวลาการจัดส่งเร็ว อัตราค่าส่งจะสูงกว่าระยะเวลาการจัดส่งที่ค่อนข้างช้า เช่น ส่งถึงภายใน 1 – 2 วัน จะสูงกว่าส่งถึงภายใน 3 – 4 วัน เป็นต้น
2. น้ำหนักและขนาดของพัสดุ
กรณีเป็นน้ำหนักมีทั้งแบบคิดเป็นกรัมและกิโลกรัมขึ้นอยู่กับบริษัทขนส่ง ส่วนขนาดของพัสดุจะใช้วิธีการคำนวณโดยเอาความกว้าง X ความยาว X ความสูง เมื่อคำนวณแล้วก็จะได้ออกมาเป็นปริมาตรของพัสดุที่จะนำไปเช็กว่าต้องจ่ายค่าขนส่งเท่าไหร่ ซึ่งเกณฑ์ในการคำนวณก็จะผันผวนตามปริมาตรและน้ำหนักที่มากขึ้นของตัวพัสดุ
3. ระยะทาง
ความใกล้ไกลของปลายทาง มีส่วนสำคัญในการกำหนดอัตราค่าขนส่ง ถูกหรือแพงตามความเหมาะสม เช่น ถ้าเป็นกรณีบริษัทขนส่งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องการส่งพัสดุไปยังปลายทางที่เป็นเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ราคาก็จะถูกกว่าส่งไปยังต่างจังหวัด
สามารถประหยัดค่าขนส่งได้หรือไม่
โดยทั่วไปแล้วคุณสามารถประหยัดค่าส่งได้ เพียงทำตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้
- เลือกผู้ให้บริการขนส่งที่คุ้มค่า ก่อนเลือกส่งของ ให้คุณลองเปรียบเทียบบริษัทขนส่งประมาณ 4 – 5 ที่ จากนั้นดูว่าที่ไหนราคาถูกที่สุดค่อยเลือกใช้บริการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น พื้นที่ที่เปิดให้บริการ ระยะเวลาการขนส่ง เงื่อนไขในการคุ้มครองความเสียหาย และขอบเขตการให้บริการ เป็นต้น
- มองหาโปรโมชั่นหรือส่วนลด มีหลายบริษัทขนส่งมีการจัดโปรโมชั่นและส่วนลดให้ลูกค้าเข้าร่วมแคมเปญ ถ้าอยากประหยัดค่าขนส่ง ให้ลองเช็กดูว่ามีหรือไม่ จากนั้นค่อยเข้าร่วม
- เลือกขนาดกล่องพัสดุให้เหมาะกับสินค้า ขนาดของกล่องพัสดุต้องไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ไม่เหลือพื้นที่สำหรับการใส่วัสดุกันกระแทก หรืออื่น ๆ ตามแต่ประเภทของสินค้า จะมีส่วนช่วยในการประหยัดค่าขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ
สรุปได้ว่าค่าส่งคำนวณจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความใกล้ไกลของระยะทาง ความไวในการขนส่งสินค้า และขนาดหรือปริมาตรของพัสดุ โดยแต่ละขนส่งจะเลือกปัจจัยข้างต้นแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนเลือกใช้บริการจึงควรเช็กให้ดีว่ามีวิธีการคำนวณแบบไหน ใช้บริการแล้วคุ้มค่าหรือไม่ หรือถ้าจะให้ดีควรสามารถเช็กราคาล่วงหน้าได้ด้วย
